เปิดเป็นประเด็นไป

1. ทุนต่างชาติ
ทุนในประเทศไทย กิจการขนาดใหญ่ขนาดส่วนมากเป็นทุนต่างชาติ อย่างน้อยเกิน 49% ขึ้นไป
  - เคยได้ยินไหม มีชาวเขมรมาทำงานใช้แรงงานในประเทศไทย ปัจจุบันมาค้าขาย ทำขนมขาย ขายก๋วยเตี๋ยว ขายข้าว ขายอะไรหลายอย่าง เพราะคนไทยสอนพวกเขา   เช่นกันทุนต่างชาติกลัวว่าสอนคนไทยแล้วจะมาแข่งกับเขาภายหลัง ให้รู้อะไรให้รู้แยกส่วนๆไป ไม่ให้รู้เจาะลึกทุกๆด้าน

2. ไอเดียบรรเจิด
คนไทยไม่มีความคิดริเริ่ม บางพวกหัวเราะเยาะ พวกที่ประดิษฐ์คิดค้น  คุณลองเอาถุงพลาสติกคลุมหัวแล้วไปเดินหน้าบ้านดู มีคนคิดว่าคุณเพี้ยน บ้า ไม่เติมแน่ๆ ไม่คิดเปล่าๆแต่เอาไปพูดโพนทะนาให้รู้กันทั้งตลาดด้วยสายตาหยามเหยียด   แปลกที่คนที่เพี้ยน บ้า ไม่เติมแน่ๆแบบคนไทยคิด พวกฝรั่งมีเต็มไปหมด 

3. มุ่งมั่นเป็นหนึ่ง
คนไทยไม่มีความมุ่งมั่น เพียงไม่เท่าไรก็ท้อแท้ต่ออุปสรรค ต่อกฎเกณฑ์รัฐที่ไม่เอื้อแล้วยังจำกัดความคิดให้เตี้ยติดดิน อยากได้อะไรให้ซื้อเอา  เรียนหนังสือก็เรียนอย่างเดียว เด็กๆดูเก่งกว่าฝรั่ง เด็กไทยเรียนๆจำๆอยากเรียนมหาลัยไปกวดวิชาเรียนลัด แล้วที่เรียนเยอะมากวิชา-เรียนไปทำไม  แต่ฝรั่งที่ไปเน้นทำงานพิเศษเก็บตังส์อยากทำอะไรก็ทำเน้นเสรีภาพและความรับผิดชอบ โตขึ้นทำงานฝรั่งแซงไปไกลลิบนับสิบนับร้อยปี คนไทยเป็นลูกจ้างฝรั่ง 

  ไปถามคนอเมริกันดูสิชอบเลขอะไรที่สุด  ของคนไทยอาจจะเลข 9 ก้าวหน้า หรือเลข 3 พระรัตนตรัย
คนอเมริกันบอกชอบเลข 1  ขอบเป็นที่หนึ่ง ไม่ชอบเป็นที่สองรองใคร

4. คิดง่ายเข้าว่า
คอนเส็ปของรัฐบาลไทย หน่วยส่งเสริมการลงทุนเน้นเติบโตเร็ว สำเร็จรูปไวไวควิก โตทันใจชาญฉลาดไร้ฐานราก ต่างชาติมาลงทุนแล้วเราก็ขายแรงงาน...อย่างเดียว นัยว่าเศรษฐกิจจะดี คนมีงานทำ ส่งออกได้รายได้สูง รัฐเก็บภาษีได้

   เป็นการคิดดี แต่ประสงค์ร้าย ทำลายวงล้อแห่งการพ้ฒนาเทคโนโลยี่การวิจัยในระยะยาว ไม่เกิดอีโคซิสเต็มใดใดแล้วยังกดหัวการผลิตวิจัยเทคโนโลยีด้วยตัวเองโดยสิ้นเชิง ความสมบูรณ์แบบโดยเร็วคือการซื้อสินค้าและบริการสำเร็จรูป ข้าราชการจำไว้ให้ดี ตอนนี้เเช่งกับเวียตอีกหน่อยได้แข่งกับพม่าแน่ หรืออย่างแย่ได้ไปต่อตูดสปปล.กับกัมพูชา ส่วนมาเลย์เลยไทยไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสิงค์โปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่น


  ญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคก่อนปฎิรูปเมจิ สมัยร.7 คิดได้ว่า อเมริกามาบังคับให้เปิดประเทศ ให้เกิดการค้าขาย เราต้องมีกองเรือพาณิชย์นาวีของญี่ปุ่นเองเอาของเราไปขายเขาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้ฝรั่งมาขายอย่างเดียว จึงตั้งกลุ่มไคเอ็นไต สร้างโรงเรียนสอนการเดินเรือ จัดหาเรือฝึก สร้างอุตสาหกรรมต่อเรือที่ก็อปปี้ในช่วงแรก และสร้างฐานทัพเรือและเพิ่มจำนวนเรือขึ้นเรื่อยๆ เป็นกองทัพเรืออันเกรียงไกร ซื้อเรือมาเป็นแบบ ซื้อลอกเครื่องจักรไอนํ้ามาผลิตเองและปรับปรุง ด้วยทุนของแคว้นที่การเงินดีมีหัวคิดแคว้นนึง ไม่ใช่เอะอะส่งเสริมการลงทุนให้ฝรั่งบุกเข้ามาขายในบ้านในเมืองตัวเอง  ญี่ปุ่นเรียนเทคโนโลยี่เพื่อลอก เพื่อให้เกิดการพัฒนาให้เท่าเทียม ทัดเทียม และแซงหน้าตะวันตก ไม่ใช่ให้เกิดการมีงานทำ ไม่ใช่มีความสุขสบาย  [ท่าน 才谷 梅太郎 วางรากฐานไว้] ทำไปทำมาทุนรอนมหาศาล การจัดตั้งกองทหารฝึกจัดตั้งแบบสมัยใหม่ ติดอาวุธสมัยใหม่ กองเรือจำนวนและคุณภาพบวกการยุทธ์ที่เหนือกว่ารัฐบาลโตกุกาว่าทำให้ล้มรัฐบาลกลางได้สำเร็จ จนเข้าสู่ยุคใหม่ที่คนมีความเสมอภาค ยุบล้างชนชั้นไป

  ญี่ปุ่นคิดไม่เหมือนไทย ไทยคิดแต่จะเก็บค่าต๋งค่าภาคหลวงค่าภาษี  ญี่ปุ่นรัฐแต่ละแคว้นลงไปค้าขายเองผ่านตัวแทน ยังช่วยสอดแนมประเทศอื่นผ่านสถานีการค้าในประเทศต่างๆแบบเดียวกับอังกฤษ ดัชด์ [อเมริกาแปลกออกไป ใช้กองเรือไปเปิดประเทศ เปิดการค้ากับเค๊าเลย เนื่องจากเอกชนมีบรรษัทขนาดใหญ่มาก แต่อิทธพลในการทหารต้องรัฐบาลวอชิงตันทำให้] หาคนป้อนให้ ได้เงินมาเอามาส่งเสริมเทคโนโลยี่และกองทัพ สยามใช้พ่อค้าคนจีนเดินเรือให้ ขายของให้ผ่านพ่อค้าไทย(จีน)และสิงค์โปร์จนเกิดการผูกขาดสัมปทานและฉ้อราษฎร์กลับมาทำร้ายตัวเองจนเป็นง่อยแต่สุขสบายถึงปัจจุบัน เพราะคนสยามนิยมรับราชการ กับทำเกษตรกรรม มองว่าการทำการค้าเป็นเรื่องตํ่า ทำไม่เป็นด้วย ทำอาชีพสงวนไว้เช่นรับราชการกับการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ไพศาลดีกว่า
   
  ถ้าเราเป็นจีนแดง เราจะไม่ส่งเสริมแบบหน่วยส่งเสริมการลงทุนต่างชาติ แต่จะส่งเสริมแบบคู่เหมือนอุตสาหกรรมกับตลาดโลก 
เอ็งกูลเกิ้ลข้ามีไป๋ตู้ 
เอ็งมีฮอนด้า ข้ามีฮอนม่า เชอร์รี่
เอ็งมี F-22 ข้ามี J-20 
เอ็งมี cisco ข้ามี Huawei 
เอ็งมี มิตซูบิชิ/พานา/โซนี่ ข้ามีไฮ่เอ๋อ Haier
เอ็งมี เชฟรอน ข้ามี  Petro China

สรุป ญี่ปุ่นนำเข้าเทคโนโลยี่ล่าสุดมาก็อปปี้สินะ  ถ้ามาไม่ได้ก็ส่งคนไปทำงานเรียนรู้อุตสาหกรรมนั้นแล้วกับมาก็อปปี้ที่ญี่ปุ่นภายหลัง
ส่วนจีนตอนนี้ก็ทำแบบญี่ปุ่นช่วง 1880-1940 นั่นนะเเหละ อเมริกันกลัว ปากก็บอกว่าเกรียน และจัดการบีบให้คุ้มครองสิขสิทธิ์และสิทธิบัตรต่างๆ อยากได้ต้องซื้อ แน่นอนขอซื้อก็ไม่ขาย(ตั้งราคามหาโหด นรกแตก) ต้องคิดเอาเอง

   เพิ่มเติม
   ดูรายการวันศุกร์ที่ 24 กค.ที่รองนกยก เศษฐกิจเเถลงว่าจะขยายส่งเสริมการลงทุนไปในกลุ่มไฮเทคโนโลยี่ ที่จะทำให้มีผลเพิ่มรายได้ ลดคู่แข่งขันก่อนใคร โดยการไปดึงนักลงทุนต่างชาติเช่นญี่ปุ่นมาตั้งในเมืองไทย คนก็จะมีงานทำด้วย นี่เป็นการยกตัวอย่างที่ชี้ชัดเลย
  .คนไทยทำไม่ได้
  .ให้ต่างชาติมาทำ[ผ่านที่เรียกว่าส่งเสริมการลงทุน]
  .ขายแรงงานไทย
  .ฝรั่งหรือญี่ปุ่นไม่ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยี่ ดั่งคาดหวัง เพียงผลิต ขาย ส่งออก
  .เทคโนโลยี งานวิจัยไม่เกิด ถึงเกิดก็เป้นความลับและไม่ใช่ของไทย
  .จบ  

5. ทำกำไรงาม
5.1 การเกษตรกรรมไทย เราคิดว่ายังไงซะคนหลายล้านก็ต้องเลี้ยงตัวเองได้โดยจำกัดค่าแรงให้ถูกแสนถูก ขายแต่ของเดิมๆเป็นร้อยปี โนฮาวไม่มี มาร์จิ้นน้อยลงเรื่อยๆ คู่แข่งก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอวันฉันรักเธอ..ภัยธรรมชาติ  ถ้าเพิ่มทุนเทคโนโลยีแล้วขายเท่าเดิมก็ขาดทุนลงทุนที่ไม่รู้จะเอามาจากไหน  ขายแพงก็กลัวขายไม่ได้
5.2  ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเดิมๆ เทคโนโลยี่เท่าเดิม มาร์จิ้นส่วนนี้น้อยลงๆ จนเหลือแต่ค่าแรงงาน เพราะต้องแข่งขันได้จึงกดราคาแข่งกัน เอาแค่อยู่รอด
5.3 ภาคบริการยังอยู่รอดโดยการเป็นฮับ เป็นศูนย์กลางการค้า การท่องเที่ยว การเดินทาง การขนส่ง และภาคนี้ไม่ได้ใช้เทคโนโลยี่ชั้นสูงแต่อย่างใด  ยังมีภาพสาธารณสุขที่ใช้เครื่องไม้เครื่องมือได้มาตรฐานโลก มีผลรับทางศก.พอสมควร
5.4 การก่อสร้างภาครัฐเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงสัปทานต่างๆ ทั้งไทย ทั้งเทศก็ให้รัฐมีรายได้เก็บค่าต๋ง ยังอยู่รอดแต่ทรัพยากรร่อยหรอยไปเรื่อยๆ ภาคหลวงอาจหายไปในอนาคตแบบดีบุก คลื่นความถี่ก็ยึดกันใช้ไม่เต็มที่ ก่อสร้างก็คอร์รัปชั่นพวกใครพวกมัน กินกันเฉพาะกลุ่ม รวมถึงกลุ่มนักการเมืองยังอยู่รอดปลอดภัย

6. ตรรกะผิดเพี้ยน   
การศึกษาไทยผิดเพี้ยนเน้นอัดเอาตอนเด็กด้วยระบบครูที่มาจากศึกษาศาสตร์ เพื่อนจบวิศวะเกรดดี ขอมาเป็นอาจารย์วิศวะได้  แต่ขอมาเป็นอาจารย์โรงเรียนมัธยม หรือครูประถมไม่ได้ เพราะไม่ได้จบศึกษาศาสตร์   คนเป็นหมออายุเยอะอยากถ่ายทอดความรู้ รักเด็กมาเป็นครูสอนเด็กไม่ได้ เพราะไม่ได้จบศึกษาศาสตร์   นี่ถ้าเป็นทนายเป็นอัยการจะไม่ว่าเลย ไปเรียนสอบนิติศาสตร์มาใหม่ แต่นี่เป็นครูไม่ได้ สงวนไว้ให้...เท่านั้นสมัยนี้  ความคิดที่เด็กได้จากครูก็มาจากบล็อคเดียวกันหมด คิดอะไรก็ไม่แตกต่างในโลกมิติเดียว เรียนเพื่อเป็นนักบริโภคนิยมและเข้าสังคมเมืองได้

7. จับปลานํ้าลึก
   ในนํ้าตื้นมีชุกชุม เราคงไม่เสี่ยงลงทุนต่อเรือใหญ่ คนเยอะ ออกทะเลลึกที่คาดเดาอะไรไม่ค่อยได้ เสี่ยงสูง หายไปเป็นปีๆแบบโคลัมบัสไปสำรวจโลกใหม่
   ปัจจุบันกลายเป็นว่าโลกใหม่ทำให้ฝรั่ง ญี่ปุ่นเกาหลีมั่งคั่ง ไทยได้แต่มองตาปริบๆ ออกไปตอนนี้ต้องออกไปลึกขึ้น เพราะเค๊าสำรวจ ทำแผนที่  จับจองกันหมดแล้ว มีทั้งเรือใหญ่ที่สุด เรือที่วิ่งเร็วที่สุด เรือที่บรรทุกได้สูงสุด แต่ไทยยังไม่ได้ต่อเรือออกจากท่า ยังเถียงกันไม่เสร็จ ทุนยังไม่มี จี๊ยังหาไม่ได้ มีแพลนเยอะ ยังเลือกเส้นทางไม่ถูก เลือกให้ใครต่อเรือให้ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป หรืออเมริกัน เพราะไทยต่อเรือไม่เป็น
  สร้างกันไม่ได้ในเร็ววันกับเรือขนาดใหญ่ หรือกองเรือชนาดใหญ่ แบบเกาหลีตั้งกลุ่มแชร์โบลลุยตลาดโลกยังใช้คน ใช้ทุนมหาศาล ใช้เทคโนโลยีหลายสิบปี

  จับปลานํ้าตื้น
  เอาว่ะ อย่างนั้นเชิญชวนให้เค๊ามาจับปลาในอ่าวเราเลยดีกว่า กินสัปทานหัวคิวไป เรือไทยเล็กๆหลบไป /555  เรื่องจริงคือมาแบบเชิญทางกฎหมายร่วมทุน 51/49 และการเข้าซื้อกิจการไทยโดยต่างชาติทั้งแบบเข้าหุ้น และกู้ยืม เทคโอเวอร์แบงค์อะไรแบบนี้ รายใหญ่ต่างชาติมา รายเล็กไทยหลบไป  เทคโนโลยี่วิจัยเหรอ กลับไปอ่านข้อ 1  แต่ศก.ก็เติบโตเร็วทันใจรัฐนะ  อ่ะ อย่างบริษัทรถยนต์บอกญี่ปุ่นมีหุ้น 49% ใครจะเชื่อ ทำไมใช้แบงค์ญี่ปุ่นเอง ทำไมบอร์ดบริหารส่งกำไรในรูปพาร์ทกลับบริษัทแม่หมดทั้งที่มีหุ้น 49% ถ้าทำแบบนี้แสดงว่าหุ้นอย่างน้อย 75% เป็นญี่ปุ่นหมด
  

8. ขาดการสนับสนุนส่งเสริมที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ไม่ใช่สักแต่พูดแต่ไม่มีผลลัทธ์

 - อย่าหวังพิ่งฝรั่ง ญี่ปุ่น อย่าส่งเสริมการวิจัยพัฒนาแบบไฟไหม้ฟาง เอาเงินลงกับการศึกษาเด็กๆ แล้วขาดหาย  ที่ถูกคือ เอาเงินลงกับการศึกษาผู้ใหญ่ ต้องสร้างสภาพแวดล้อมและให้งบประมาณให้เหมาะกับการทำวิจัย การผลิตสินค้า

   ข้อนี้ขยายนิดนึงเพื่อให้รัฐไทยตาสว่าง หน่วยส่งเสริมการลงทุนตาสว่าง
   ญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทุน(?)ทำรถยนต์กับไทย 50-70 ปีเเล้ว ถ่ายทอดเทคโนโลยี่มีรถคนไทยแท้ออกมาสักแบบสักคันหรือยัง  ถ้ายังทำไมยังคิดว่าเค๊าจะถ่ายทอดเทคโนโลยี่ให้คนไทย คิดแบบนี้ได้ถึง 2 เจนเนอเรชั่น 50-70 ปีแล้วตายังมืดบอดอีก
  การศึกษาไทยทำให้คนไทยโง่ได้ขนาดนี้หรือ?


- อย่างที่บอกข้อ 4 รัฐเน้นของสำเร็จรูปไวไวควิก อยากได้อะไรทันใจดีที่สุดที่เงินมี ในเวลาต้องการ ซึ่งเหมาะกับการซื้อบริการ เอ๊ย ซื้อสินค้าช็อปปิ้งเป็นที่สุด ไม่เหมาะกับการทำวิจัยพัฒนา ลักษณะนี้ประเทศนี้เราต้องหาวิธีเอาตัวให้รอด

- ในเมื่อเล่นสายมืด เน้นโตเร็วโดยยืมจมูกคนอื่นหายใจ ก็กลับตัวกลับใจได้ยาก โตแต่ตัว แต่แขนขาลีบ จะไซฟ่อนเงินมาสนับสนุนเทคโนโลยี่ ก็ติดฐานเสียงเกษตรกรรมหลายสิบล้านต้องเลี้ยงดู คนในเมืองอีกหลายสิบล้านต้องแลมองให้ดูเจริญ เงินสนับสนุนที่ว่าก็เลยไม่มี

น่าสนับสนุนอะไรได้บ้าง
  -จัดให้มีเมืองทางเทคโนโลยี่ ลองอะไรใหม่ๆไม่ผิดกฎหมาย และก่อตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาด้านต่างๆด้วยรวมตัวเป็นสังคมเมือง
  - งานวิจัยใดๆ ต้องมีคนทำต่อ ไม่ใช่ทำปี2ปีแล้วปล่อยทิ้งร้าง ต้องมีคนมารับไม้ต่อและต้องบันทึกด้วยว่าทำอะไรไปแล้ว ทำอย่างไร ยังไม่ได้ทำอะไร ขาดตกอะไร ผลลัทธ์ที่ได้  แน่นอนทำอะไรสำเร็จ ต้องมีเวทีอวด...
  - สร้างคน
  1.สร้างคนนักวิจัย พัฒนา ประดิษฐ์ ที่ทุ่มเท มีแรงบรรดาลใจ ไม่ทิ้งงาน อุตสาหะ 
  2.สร้างคนนักวิจัย พัฒนา ประดิษฐ์ ที่พร้อมจะล้มลุกคลุกคลาน ผิดหวังบ้าง สมหวังบ้าง ทำ 100 ใช้ได้ 10 เอามาทำโปรดักส์ได้ 1
  3.ในเมื่อช้ากว่าคนอื่นเขา ก็ต้องทุ่มเทเวลามากกว่าคนอื่นเขา
  4.ในเมื่อเงินน้อยกว่าคนอื่นเขา ทำต้องไม่ถอดใจกับการสนับสนุนของรัฐที่แห้งขอด เป็นเขื่อนหน้าฝนยามนี้ ทั้งที่เครื่องมือเครื่องไม้ราคาสูงลิ่ว
  - เชื่อมโยงวงล้อการวิจัยพัฒนา
  วิทยาศาสตร์ นวกรรมสิ่งประดิษฐ์ <<>>การกินดีอยู่ดีมีมาตรฐาน ความเท่าเทียมกันในสังคมไม่มีความเหลื่อมลํ้าเกื้อหนุนจุนเจือกัน
  - สนับสนุนการแข่งขันทางการส่งเสริมทางวิทยาศาสตร์ เด็กจบมาไม่มีงานทางวิทยาศาสตร์รองรับ อ่านข้อที่ 1,2,3,4,5 ประกอบ  น่ามีงานประกวดเยอะๆ อย่าไปทำแต่พวกประกวดหมา แมว ผัก ผลไม้ สาวงาม พระเครื่อง น่ามีตลาดงานวิจัย พัฒนา สิ่งประดิษฐ์ ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิชาการ จัดหาทุนหาพาทเนอร์เก่งๆดีๆ