ป่วยการคุยกับลูกค้าที่ไม่มีกำลังซื้อ เสียเวลาทำมาหากิน

คุยกับลูกค้า 5 คน หนึ่งคนมีกำลังซื้อสูงคนๆนี้ ถ้าใช้เวลาพูด คุย ในเวลา ที่เท่าๆกัน มีสิทธิเปลี่ยนใจ หรือถูกโน้มน้าวใจ ที่จะถูกปิดการขายได้ง่ายกว่า ลูกค้าที่ไม่มีกำลังซื้อ อีก 4 คนที่เหลือ

ถึงแม้ ลูกค้าคนนี้ จะยังไม่รู้ว่า จะเอาของนั้น ไปทำอะไร

..ลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ดูจากฐานเงินเดือน หรือ สินทรัพย์ที่มี

เหมือนๆกับการจีบสาว ถ้าเค๊าพร้อมจะมีแควน ย่อมจีบได้ง่ายกว่า คนที่มีแควนแล้ว มีสามีแล้ว หรือเป็นทอม จริงมะ

หลักการที่ใช้คือ คนมีตังส์ ต่อคนไม่มีตังส์ คือ 20:80

ใน 5 คน จะมีตังส์ 1 คน :> ว่าอย่างงั้น

และโดยหลักการนี้ คือ การจับลูกค้าระดับ A หรือ B+ นั่นเอง

อีกหลักที่ได้มาคือ อย่ามีทางเลือกมากนักให้ลูกค้า ทางเลือกมาก ลูกค้าระดับล่าง มักออกทะเล คือ หาเหตุ ไม่ซื้อเลย เพราะ ไม่มีตังส์ แต่อยากได้ของดี ทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ รายได้ตํา รสนิยมสูงซะงั้น

ในความเป็นจริงแล้ว โลกไม่ได้มีแค่โจทย์ง่ายๆแบบนี้

อย่างนักการเมือง จ้องงาบงบของรัฐบาล อันมาจากภาษีของประชาชน

ตาเป็นมันเยิ้มนั้นนั่นคือ คนมีตังส์ที่ว่าแต่ก่อนการขาย ก็ต้องเริ่มจากการซื้อก่อน คนที่จะต้องซื้อ กลับกัน คือ 4 ใน 5 คนที่ไม่มีเงินนั่นเอง

หว่านเงิน หว่าผลประโยชน์ เพื่อหวัง ผลต่างตอบแทน ในภายภาคหน้า คือ คำว่า วิน-วิน ในภาษาธุรกิจ นั่นเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

#1 By (58.9.17.44) on 2007-09-20 11:28

#2 By (58.9.17.44) on 2007-09-20 11:28

#3 By (58.9.17.44) on 2007-09-20 11:28

#4 By (58.9.17.44) on 2007-09-20 11:28

o00
jp
'


#5 By (124.157.185.225) on 2008-06-15 16:16