กล้องที่ผู้เขียนเลือกสรรแล้ว เหมาะทุกประการ

ชอบทุกกล้อง ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่เลือกเจ้า แป้นแตก PENTAX K200D

เหตุผล ก็ต้องไม่บอกว่า ดี อย่างเดียวใช่ไหม งั้นเอาเหตุผลไป

  1. กล้องตัวนี้มีทุกอย่างที่ยี่ห้ออื่นมี อย่างที่เกริ่นไว้ 
  2. วางจอเล็กด้านบนแบบ Back Light LCD (แบบ D80 หรือ E3 หรือ 40D) ดูเป็นกล้องมืออาชีพ ราคาแพงๆ(ไงๆ ก็ขอดูดีไว้ก่อน) ฺยังประหยัดถ่าน เพราะไม่ต้องดูบ่อย ด้วยจอใหญ่ ถ่าน-หาถ่านได้ง่าย เพราะใช้ถ่าน AA 4 ก้อน (ถ้าใช้แบตเตอรี่ลิเที่ยม AA ที่แถมมา จะถ่ายได้ถึง 600-1,100 รูป) คุณไม่ต้องกลับบ้านมารอชาร์ทถ่าน หรือหาถ่านสำรอง หรือมาวิตก อีก 3-4 ปี จะมีถ่านขายไหม(ว่ะ) แพงไหม ซื้อที่ไหน
  3. มีซีล กันละอองนํ้า และฝุ่น ทำให้ไปเที่ยว ไม่ต้องกังวลมาก กล้องระดับนี้ ไม่มีใครมี
  4. จุดโฟกัส 11 จุด แบบ กากะบาท เล่นแล้ัวสนุก มากสุดแล้วสำหรับกล้องระดับนี้
  5. เลนส์คิท 18-55mm (เทียบเท่า 28 -80 ในกล้อง)ดูดี ให้ภาพที่แสงดี สีสวย โดยเฉพาะสีเขียว ยังให้ภาพตรงความจริง เลนส์หน้าไม่หมุนตาม ออกแบบให้ใส่ฟิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องถอดฮูด และ มีวงแหวนหมุนปรับโฟกัส ด้วยมือ ยามโฟกัสดอกไม้ หรือ วิวที่มี object หลายๆตัว ย่อมง่าย ตรงใจกว่าออโต้โฟกัส
  6. วัดแสงตรง ยังมี Auto White Balance แม่นยำ (จากที่วิจารณ์)
  7. เมนู ใช้งานได้ง่าย กว้าง และทำความเข้าใจไม่ยาก ยังมีที่ปรับแต่งเยอะ เช่น ั้งโหมด AUTO/SCENE ให้ ISO วิ่งในเรนจ์ ที่กำหนด หรือล็อกได้
  8. มีพรีวิว ปรับแต่งด้วยภาพจริงก่อนถ่าย ทั้ง WB(White Balance) Sharpness Hue Contrast Saturation etc. ตัวนี้เหมาะกับ มือสมัครเล่นมาก เพราะรู้ล่วงหน้าว่าภาพจะออกมาอย่างไร ปรับไงก็ได้งั้น แถมภาพพรีวิวยัง save ได้ด้วย มันเป็นภาพที่ เหมือนการใช้ปุ่มวัดชัดลึก รี่รูรับแสง แล้วเห็นภาพที่ออกมา แต่นี่มากกว่า เพราะปรับแต่งอีกที จะเอาสีไหน ชัดไหม สดไหม คอนทราสขนาดไหน
  9. มีตัวตบแต่งภาพหลังถ่าย จาก RAW File ชอบแบบไหนค่อย SAVE เป็น RAW หรือ JPEG ใหม่
  10. CMOS ตัวเดียวกับที่มีใน D300 D60 ไฟล์ภาพจึงละเอียด สวย
  11. ใช้เลนส์เก่าๆของ Pentax ได้(x1.5 เท่า) ยังคอนเฟิร์มโฟกัส ปรับแก้ความยาวโฟกัส และวัดแสงได้ด้วย พร้อมมีกันสั่นไหวในตัว
  12. ใช้การ์ดความจำแบบ SD/SDHC ซึ่ง SDHC สามารถใส่ได้ทั้ง 4,8,16,32GB ซึ่งการ์ดพวกนี้ หาง่ายกว่า MS/xD/CF/MicroDrive (ผู้เขียนมี SD2GB 3 ตัวตอนนี้ 1 GBอีกพียบ)

 ว่าแล้วก็เตรียมทดสอบ แล้วคอมเม้นต์

 

***

ภาษากล้อง

  • CMOS เป็นซีซีดีรับแสง แล้วเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าแบบอะนาล็อก
  •  D300 D60 เป็นรุ่นของกล้อง Nikon DSLR ล่าสุด
  • RAW เป็นไฟล์ภาพถ่าย ที่ไม่มีการบีบอัด ยังรวบรวมข้อมูลทุกอย่าง รวมถึง BIT สี ที่สูงกว่า JPEG
  • BIT สี จะแทนสี ได้ละเอียดหรือหยาบ เช่น 12 บิตสี ก็รวม 3 แม่สีจะเป็น 36 บิต ส่วน 16บิตสี จะได้ 48 บิต ไส่สีจะเนียนใกล้เคียงตาคนเห็น
  • DSLR Digital Single Lense Refect คือ กล้อง ที่ใช้เลนส์เดียว มองภาพที่วิวไฟเดอร์ได้ โดยผ่านกระจกสะท้อนขึ้นสู่หัวปริซึม และเมื่อกดถ่ายภาพ กระจกจะยกขึ้น ให้แสงส่งผ่านไปที่ซีซีดี ผ่านชัตเตอร์ที่ควบคุมเวลา
  • โหมด AUTO/SCENE โหมดที่ตั้งถ่ายภาพอัตโนมัติ เป็นโปรแกรม
  •  object แบบที่เราจะถ่าย
  • WB(White Balance)สมดุลแสงสีขาว บอก โทนอุ่น กับ โทนเย็น จะแตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิดแสง และช่วงเวลา อุณหภูมิของแหล่งกำเนิดแสง จะวัดเป็นองศาเคลวิน ซึ่งแบบสำเร็จเราจะเรียกตามชื่อแสง เช่น แสงเทียน แสงแดด แสงในร่ม แสงนีออน แสงแฟลช แสงอัตโนมัติ (AWB -Auto White Balance)
    องศาเคลวินที่สูง = ภาพออก
    สีเหลือง ภาพดูอุ่นขึ้น
    องศาเคลวินที่ตํา = ภาพออก
    สีฟ้า ภาพดูเย็นขึ้น
  • Sharpness ความคมชัด-เบลอ
  • Hue /Gramma มีคนบอกว่า คือการผสมแม่สีทั้ง3 ในปริมาณที่เปลี่ยนไป
  • Contrast การตัดกันของสีเข้ม/จาง
  • Saturation ความอิ่มตัว-ความสดของสี ว่าแปรดไม่แปรด
  • brightness ความสว่าง ในเชิงศิลป์ คือ การผสม สีขาว ลงในแม่สี

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet