วันแสนเศร้า
posted on 22 Jul 2008 13:08 by pipat2000 in Privateเมื่อวาน เพิ่งกลับมาเขียนวันแรก ตอนคล้อยเย็นหน่อย เพื่อนโทรมาให้ช่วยไปดูแลเพื่อนอีกคนที่อยู่โรงพยาบาล ในห้องไอซียู บอกมาสั้นๆว่า รถชน
รีบเคลียร์งานอันยุ่งเหยิง แล้วออกไปที่ที่ซึ่ง เคยผ่าน โดยใช้โทรศัพท์ที่เป็นระบบจีพีเอสนำทาง สู่จุดหมาย ในเวลา สั้นๆ ราว 40 นาที ส่วนเพื่อนกำลังขับรถตามมาจากกรุงเทพ
ที่โรงพยาบาล มีคนมารอหน้าห้องอีอาร์แล้วหลายคน ระหว่างหันรีหันขวาง มีชายคนนึงเข้ามาทัก แล้วบอกว่า เพื่อนคนที่โทรให้มาดูเหมือนกัน เราคุยกัน บรีบสถานการณ์แล้ว คาดเดาว่าหนัก เพราะหมอบอก
สักพักหมอหญิงท่าทางมีอายุนิดออกมา-ออกมาบอกด้วยเสียงรัวๆว่า หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว หลังจากพยายามปั๊มลมอยู่ครึ่งชั่วโมง ฉีดยาไปหลายโดส ก็ไม่ตอบสนอง ว่าแล้ว แกก็กลับไปรดนําต้นไม้ที่บ้านพักต่อ หลังจากถูกเรียกตัวฉุกเฉินมา ในตอนบ่ายแก่ๆ เพื่อวิเคราะห์อาการสมอง
ไปดีนะเพื่อน....
ตอนกลางคืน ชายคนขับรถที่เป็นคนขับรถเทลเลอร์ 18 ล้อมาชน เดินมาที่เคาเตอร์จ่ายเงินในสภาพบาดเจ็บที่ปลายขาขวา เเกเล่าว่า แกขับรถมาในช่วงลงเนิน มากับภรรยา หลังจากบรรทุกกระจกไปส่งเสร็จแล้ว จากนั้นแวะซื้อโอเลี้ยง แล้วมาถึงเนินที่ว่า เมียเตือนให้ชะลอๆรถ เนื่องว่า พ้นเนินไปแล้ว ลงเนิน จะเจอแยกเล็กๆ ที่มีสัญญาณไฟติดมั่งไม่ติดมั่งแยกมีอยู่ทั่วๆไป ที่ว่าอันตรายเพราะ ลงเนิน จะเจอแยกทันที มีคนเอาชีวิตมาทิ้งซะเยอะมากับตรงนี้
คงถึงคราวเคราะห์ เพื่อนขับรถนำออกมา ข้ามเเยก รถเทลเลอร์ก็มาถึง แล้วเสยเข้าที่ด้านคนขับในทันที ยังลอยติดข้ามฟากไปอีถนนหนึ่ง เข้าไปในร้านค้า ส่วนหางของรถหลุดออก จากแรงเหวี่ยง ที่คนชน หักรถเทลเลอร์ออกขวา
แกว่า ขวาแกเหยียบเบรคไม่ได้ เนื่องจากหน้ารถยุบมาทับขาแก เมียที่มาด้วยจึงบาดเจ็บ พักอยู่บนชั้น 5 ด้วย ส่วนเพื่อน นอนติดอยู่ในรถ คนที่อยู่รอบๆ ช่วยกันงัดออกมาในสภาพโคม่า ไม่รู้สึกตัว มีเลือดออกที่หู นำส่งโรงพยาบาล ที่อยู่ห่างออกไป 12 กิโลเมตร
จากสภาพดีๆ มีความสุขกับชีวิต ธุรกิจก็กำลังรุ่งโรจน์ มีแผนที่จะแต่งงานในไม่ช้า หลังพบรักได้ 3 เดือน มาจบชีวิตอย่างน่าเสียดายที่สุด โดยใช้เวลาหลังเกิดเหตุไม่ถึง 2 ชั่วโมง เป็นเรื่องน่าเศร้า เราเคย กิน เคยเที่ยวด้วยกัน มาเยี่ยมกัน อยู่ไม่หน่าย เฮ้อ!!!!!.....
เช้านี้ ไปรับ-ส่งศพ บรรจุลงหีบ เพื่อนำไปดอนเมืองโดยรถมูลนิธิ ขึ้นเครื่องบินส่งกลับใต้ ที่หาดใหญ่ ตอนรอบรรจุลงหีบ มีเพื่อน ญาติ ลูกน้องมาออมากมาย เพื่อรอไปส่ง ก็เดินไปจับปลายขาเพื่อน จงไปสู่สุขติเถิดเพื่อน.....
กำลังบ้าเห่อกล้องอยู่ เพื่อนบอกญาติเค๊าไม่มีกล้องมา เป็นตากล้องให้หน่อย อ่า เอ่อ อืมม ฮือ กล้องใหม่เราต้องเอามาถ่ายสภาพเพื่อนแบบนี้เหรอ ไม่ๆ ถ่ายไปแล้ว เราจะลบทิ้ง ลบความทรงจำที่ไม่งามทิ้ง เพื่อนที่เรานึกภาพเห็นต้องเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ ไม่ใช่สภาพนี้ ที่นอนบนเตียง มีผ้าโพกเต็มหัว ตัวเเข็งมีแต่รอยขีดข่วนแบบนี้
เพื่อนคนนี้ อยู่ในกรุ๊ปเพื่อนสนิทสุดๆ ในรอบปีหลังๆ เราไม่ได้จบที่เดียวกัน เค๊าจบเครื่องกลจุฬา เราจบเครื่องกลเกษตรศาสตร์ แต่มารู้จักกันตอนทำงานสัก ปีนึงหลังจากนั้น ก็เทียวด้วยกันตลอด เพราะด้วยความที่เป็นคนง่ายๆเหมือนๆกันทั้งกรุ๊ป เที่ยวแบบไม่มีแปลน เปลี่ยนใจได้ทุกขณะ เที่ยวแบบชอบธรรมชาติ นอนเต้นท์ ขี่จักรยานเสือภูเขาเหมือนกัน
กลับไปที่วันเกิดเหตุ ย้อนไปอีกนิด เพื่อนผมเพิ่งออกรถมาใหม่ วันที่ 19 นี่เอง ก็กำลังเห่อกระบะติดแก๊ชจากโรงงานเชพโรเล็ตเกียร์ธรรมดา ด้วยความที่ประหยัด จึงจอดโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ไว้บ้าน นี่อาจเป็นสาเหตุที่ไม่คล่องตัว ขับออกจากกรุงเทพ วิ่งสู่ต่างจังหวัด ไปธุระเก็บเช็ค ที่ต่างๆ ใช้ทางลัดจนไปโผล่ที่เกิดเหตุ
23 กรกฏาคม แพลนของพวกเรา จะลงไปร่วมงานศพ ปลายสัปดาห์ เป็นเจ้าภาพ 1 คืน และร่วมอยู่เผา ก่อนกลับขึ้นมา ซึ่งไม่รู้ว่าธุระกิจรัดตัว จะอยู่ได้หลายวันรึเปล่า แต่จะพยายาม....
ยังมีอีกหลายๆปัญหา ที่ทิ้งค้างไว้ ไม่ใช่เรื่องแฟน หรือประกันชีวิต แต่เป็นเรื่องการเงิน ทรัพย์สิน หนี้สิน และธุรกิจ ที่ต้องใช้เงินรันต่อ แต่เจ้าของไม่อยู่แล้ว ต้องรีบ แต่งตั้ง ผจก.มรดก เพื่อนำเงินใน บ/ช มาหมุนเวียนธุรกิจ ที่ต้องใช้สูงถึง 60ล้านบาท จำนวน 2 โปรเจ็ก แล้วใครจะรันต่อ...
เรื่องอุบัติเหตุเนี่ย ทำคนเราเศร้าไปหลายต่อหลายคนแล้วจริงๆ
เพื่อนเราเคยโดนชนเหมือนกันตัวติดกับกระโปรงหน้ารถและโดนลากไปไกล เห็นคาตาแต่ช่วยอะไรไม่ได้ทั้งๆที่ข้ามถนนตรงทางม้าลายแล้วแท้ๆ เห่อ
#1 By ~ Living Thing ~ on 2008-07-22 13:21