แต่ขาดกล้องที่ดีและเวลา (2)
posted on 21 Jul 2008 15:42 by pipat2000 in Generalกล้องที่ผู้เขียนเลือกสรรแล้ว เหมาะทุกประการ
ชอบทุกกล้อง ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่เลือกเจ้า แป้นแตก PENTAX K200D
เหตุผล ก็ต้องไม่บอกว่า ดี อย่างเดียวใช่ไหม งั้นเอาเหตุผลไป
- กล้องตัวนี้มีทุกอย่างที่ยี่ห้ออื่นมี อย่างที่เกริ่นไว้
- วางจอเล็กด้านบนแบบ Back Light LCD (แบบ D80 หรือ E3 หรือ 40D) ดูเป็นกล้องมืออาชีพ ราคาแพงๆ(ไงๆ ก็ขอดูดีไว้ก่อน) ฺยังประหยัดถ่าน เพราะไม่ต้องดูบ่อย ด้วยจอใหญ่ ถ่าน-หาถ่านได้ง่าย เพราะใช้ถ่าน AA 4 ก้อน (ถ้าใช้แบตเตอรี่ลิเที่ยม AA ที่แถมมา จะถ่ายได้ถึง 600-1,100 รูป) คุณไม่ต้องกลับบ้านมารอชาร์ทถ่าน หรือหาถ่านสำรอง หรือมาวิตก อีก 3-4 ปี จะมีถ่านขายไหม(ว่ะ) แพงไหม ซื้อที่ไหน
- มีซีล กันละอองนํ้า และฝุ่น ทำให้ไปเที่ยว ไม่ต้องกังวลมาก กล้องระดับนี้ ไม่มีใครมี
- จุดโฟกัส 11 จุด แบบ กากะบาท เล่นแล้ัวสนุก มากสุดแล้วสำหรับกล้องระดับนี้
- เลนส์คิท 18-55mm (เทียบเท่า 28 -80 ในกล้อง)ดูดี ให้ภาพที่แสงดี สีสวย โดยเฉพาะสีเขียว ยังให้ภาพตรงความจริง เลนส์หน้าไม่หมุนตาม ออกแบบให้ใส่ฟิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องถอดฮูด และ มีวงแหวนหมุนปรับโฟกัส ด้วยมือ ยามโฟกัสดอกไม้ หรือ วิวที่มี object หลายๆตัว ย่อมง่าย ตรงใจกว่าออโต้โฟกัส
- วัดแสงตรง ยังมี Auto White Balance แม่นยำ (จากที่วิจารณ์)
- เมนู ใช้งานได้ง่าย กว้าง และทำความเข้าใจไม่ยาก ยังมีที่ปรับแต่งเยอะ เช่น ตั้งโหมด AUTO/SCENE ให้ ISO วิ่งในเรนจ์ ที่กำหนด หรือล็อกได้
- มีพรีวิว ปรับแต่งด้วยภาพจริงก่อนถ่าย ทั้ง WB(White Balance) Sharpness Hue Contrast Saturation etc. ตัวนี้เหมาะกับ มือสมัครเล่นมาก เพราะรู้ล่วงหน้าว่าภาพจะออกมาอย่างไร ปรับไงก็ได้งั้น แถมภาพพรีวิวยัง save ได้ด้วย มันเป็นภาพที่ เหมือนการใช้ปุ่มวัดชัดลึก รี่รูรับแสง แล้วเห็นภาพที่ออกมา แต่นี่มากกว่า เพราะปรับแต่งอีกที จะเอาสีไหน ชัดไหม สดไหม คอนทราสขนาดไหน
- มีตัวตบแต่งภาพหลังถ่าย จาก RAW File ชอบแบบไหนค่อย SAVE เป็น RAW หรือ JPEG ใหม่
- CMOS ตัวเดียวกับที่มีใน D300 D60 ไฟล์ภาพจึงละเอียด สวย
- ใช้เลนส์เก่าๆของ Pentax ได้(x1.5 เท่า) ยังคอนเฟิร์มโฟกัส ปรับแก้ความยาวโฟกัส และวัดแสงได้ด้วย พร้อมมีกันสั่นไหวในตัว
- ใช้การ์ดความจำแบบ SD/SDHC ซึ่ง SDHC สามารถใส่ได้ทั้ง 4,8,16,32GB ซึ่งการ์ดพวกนี้ หาง่ายกว่า MS/xD/CF/MicroDrive (ผู้เขียนมี SD2GB 3 ตัวตอนนี้ 1 GBอีกพียบ)
ว่าแล้วก็เตรียมทดสอบ แล้วคอมเม้นต์
***
ภาษากล้อง
-
CMOS เป็นซีซีดีรับแสง แล้วเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าแบบอะนาล็อก
-
D300 D60 เป็นรุ่นของกล้อง Nikon DSLR ล่าสุด
-
RAW เป็นไฟล์ภาพถ่าย ที่ไม่มีการบีบอัด ยังรวบรวมข้อมูลทุกอย่าง รวมถึง BIT สี ที่สูงกว่า JPEG
-
BIT สี จะแทนสี ได้ละเอียดหรือหยาบ เช่น 12 บิตสี ก็รวม 3 แม่สีจะเป็น 36 บิต ส่วน 16บิตสี จะได้ 48 บิต ไส่สีจะเนียนใกล้เคียงตาคนเห็น
-
DSLR Digital Single Lense Refect คือ กล้อง ที่ใช้เลนส์เดียว มองภาพที่วิวไฟเดอร์ได้ โดยผ่านกระจกสะท้อนขึ้นสู่หัวปริซึม และเมื่อกดถ่ายภาพ กระจกจะยกขึ้น ให้แสงส่งผ่านไปที่ซีซีดี ผ่านชัตเตอร์ที่ควบคุมเวลา
-
โหมด AUTO/SCENE โหมดที่ตั้งถ่ายภาพอัตโนมัติ เป็นโปรแกรม
-
object แบบที่เราจะถ่าย
-
WB(White Balance)สมดุลแสงสีขาว บอก โทนอุ่น กับ โทนเย็น จะแตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิดแสง และช่วงเวลา อุณหภูมิของแหล่งกำเนิดแสง จะวัดเป็นองศาเคลวิน ซึ่งแบบสำเร็จเราจะเรียกตามชื่อแสง เช่น แสงเทียน แสงแดด แสงในร่ม แสงนีออน แสงแฟลช แสงอัตโนมัติ (AWB -Auto White Balance)
องศาเคลวินที่สูง = ภาพออกสีเหลือง ภาพดูอุ่นขึ้น
องศาเคลวินที่ตํา = ภาพออกสีฟ้า ภาพดูเย็นขึ้น -
Sharpness ความคมชัด-เบลอ
-
Hue /Gramma มีคนบอกว่า คือการผสมแม่สีทั้ง3 ในปริมาณที่เปลี่ยนไป
-
Contrast การตัดกันของสีเข้ม/จาง
-
Saturation ความอิ่มตัว-ความสดของสี ว่าแปรดไม่แปรด
-
brightness ความสว่าง ในเชิงศิลป์ คือ การผสม สีขาว ลงในแม่สี

